ทริปนี้มีปัญหาตั้งแต่เริ่มเดินทาง เอาเริ่มตั้งแต่โดนเพื่อนหักหลังซะก่อนวันเดินทาง 1

วันพอวันเดินทางออกจาก กรุงเทพ

ตอนเย็นของวันศุกร์ที่ 27-7-2550

ผมก็ต้องขับรถไปยืมรถพี่ชายเข้าป่า ปรากฏว่า...รถเข้าเกียร์4 ไม่ได้ซะอีก.... เกียรหลุด จนเกือบ 2 ทุ่ม

แล้วรถก็ยังไม่เสร็จอีก ใจผมก็รนแล้วน่ะซิ..

ผม : "เอาไงดี... ไป..ไม่ไป...ไป..หรือ ไม่ไปดีว๊ะ"

ผม : "เอาไงก็เอา"

ผม : "พี่... ผมขับ 2 ไปได้ ไหมครับ"

ช่าง : " ได้ๆ แค่แก่งกระจานเอ๊ง.... "

เพราะยังไง เราก็วางแผนล่วงหน้าไว้เป็นเดือนๆ ยังไงสุดท้าย ก็ต้อง ...ไป (คนเดียว)

ประกอบรถเสร็จผมก็ออกเดินทางจากกรุงเทพ ประมาณ 2ทุ่มครึ่ง เหยียบไปเลย 80 กม/ชม...

รถมันวิ่งได้แค่เนี้ยะ..ถ้าในป่าล่ะถึงไหนถึงกัน...

5ทุ่ม..ป้ายบอกทางแยกเข้าเมืองเพชรบุรี......

"เอ้อ.. เลยทางแยกเลี้ยวเข้าคลองชลประทานราษฎร์ เสียแล้ว..."

"วันนี้มันอะไรกันเนี่ยะ"

เป็นอันว่าผมต้องวิ่งเข้าท่ายาง หลังจากเลี้ยวเข้าท่ายางมาระหว่างทางไม่รู้ว่าเหตุอันใด

ไฟหน้ารถเจ้ากรรมก็ฟิวขาดซะงั้น ทำไมชีวิตมันอุปสรรคเยอะแยะมากมายอย่างนี้

แต่ก็ไม่เกินหัวใจเราต้องการ ทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยใจ ผมเลยต้องเกาะไฟท้ายรถชาวบ้าน

มาจนถึงเขื่อนเพชร เป็นอันว่าก็เลยต้องค้างที่นี่ 1 คืน แต่โชคดีได้เจอ พี่วินัย รปภ ใจดี ที่

ให้ที่พักอาศัย 1 คืน

พี่วินัยเป็นเวรกะกลางคืน ออกเวรก็ 8โมงเช้า ตอนเช้าพี่เขาก็พาขับมอไซด์ ข้ามเขื่อนเพชร ไปอาบน้ำอีก

เขื่อนเพชรกั้นแม่น้ำ 2สาย คือ แม่น้ำเพชร และแม่น้ำแม่ประจัน อกาศตอนเช้าวันนี้ตื่นมาผมสดชื่นมากๆ ผิดกับ

ทุกวันที่ตื่นเช้ามาต้องมาเจอกับการจราจรที่ติดขัด

เช้าวันเสาร์ที่ 28-7-50

ออกจากเขื่อนเพชร 6.30 น. ขับไปอีกประมาณ 30 กม.ก็ถึงศูนย์บริการ อช.แก่งกระจาน ทีแรกคิดว่าปลอดโปร่ง

จากอุปสรรคต่างๆ นาๆ แต่ไหงได้ พี่จอร์ด จนท. นำทางที่นัดไว้เป็นมั่นเป็นเหมาะ กลับจำวันเดินทางผิดอีก...

อะไรกันนักกันหนา ชีวิตผม...

ผมเลยจำต้องค้างคืนที่ บ้านกร่างเพื่อ รอ พี่จอร์ด ลูกพี่ผม นำทางเข้าป่า... แต่ก็เป็นโอกาสอันดีที่ได้นอนที่นี่

วันนี้ผมได้พบเจอเพื่อน รู้จักรุ่นพี่ที่ดูนก รู้จักอาจารย์ รู้จักหลายๆคน ทุกคนมีอุดมการณ์เดียวกันเหมือนผม

ทุกคนรักและหวงแหนธรรมชาติที่เป็นของเราทุกคน

คุณจะเห็นว่าที่บ้านกร่างนั้นมีผีเสื้อ และสัตว์ป่าหลายๆ พันธุ์ อยู่ในวงจรชีวิตของธรรมชาติ

บางชนิดก็อาจทำอันตรายได้ถึงแก่ชีวิต

ฉะนั้นเวลาเดินป่า ท่องเที่ยวควรต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะถ้าเราบังเอิญไปโดน แมงป่องช้างทำร้ายเข้า

อาจทำบวมหรือทำให้ถึงแก่ชีวิตได้

ส่วนภาพนี้เป็นค่างแว่นถิ่นใต้

เป็นอันว่าคืนนี้ผมก็นอนพักแรมค้างที่บ้านกร่าง รอขึ้นหน่วยพะเนินทุ่ง ในวันพรุ่งนี้...

เช้าวันที่ 29-7-50

ผมออกเดินทางพร้อมพี่จอร์ด จนท. นำทาง อีก 1คน เดินทางออกจากบ้านกร่าง เวลาประมาณ 7.20 น. ขับไปหน่วยพิทักษ์อช.แก่งกระจานที่ 19 เขาพะเนินทุ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านกร่าง 15 กม. แต่ใช้เวลาขับรถ ประมาณ 45 นาที ...

ผมเดินทางเข้าป่าดิบหน้าฝนก่อนป่าจะปิดเป็นเวลา 3 เดือน คือ ตั้งแต่ 1 สิงหาคม ถึง 31 ตุลาคมของทุกปี

ทางขึ้นเรือนรับรองพิเศษ ขององค์พระราชินี กับสมเด็จพระเทพ เลยไปอีก 100 ม เลี้ยวซ้านก็คือประตูทางเข้า

เดินทางสู่ยอดเขาพะเนินทุ่ง

backpack เตรียมเดินทาง

ผมย่างเท้าเหยียบเข้าสู่ป่าดิบจริงๆ ก็ 9.20 น พอดี มาเบรคพักเที่ยงก็ 11.40 น. ณ หลัก กม.ที่ 3800 ตรงจุดทาง

แยกลงน้ำตกชั้น 9

แหม..คิดว่าทุกอย่างลงตัวแล้วเสียอีกหลังจากกินอาหารเที่ยง ลูกพี่ผมเกิดปวดท้องขึ้นมาซะเนี่ย ต้องหยุด ต้อง

พักตลอดทาง

ในที่สุดเราก็ ไปไม่ถึงจุดหมายปลายทาง ใน เย็นวันนี้ คือยอดพะเนินทุ่ง 1,207 ม. เราต้องทำแคมป์ตรงจุดทาง

แยกลงบ่อน้ำเล็กก่อนขึ้นยอดพะเนินทุ่ง ซึ่งต้องใช้เวลาเดินอีกประมาณ 1 ชม. ดูสถานการณ์ แล้วถ้าเดินต่อไป

สภาพร่างกายเขาต้องแย่แน่ๆ เนื่องจากเขาประสบอุบัติเหตุรถมอไซด์คว่ำ และพักรักษาตัวมาประมาณ 8 เดือน

เเล้ว ทริปนี้ ก็จัดเป็น ทริปแรกของเขาเหมือนกันที่ต้องจำไปอีกนาน

เป็นอันว่า 14.00 น. เราต้องทำแคมป์กันตรงนี้ มันยอดมากเลยจอร์ด.... ทำไมพี่ถึงเป็นอย่างนี้.....พี่จอร์ด

ผมอดดูพระอาทิตย์ตกดินวันนี้ เพราะพี่ นะ ..แต่ไม่เป็นไรถ้าผมยังมีลมหายใจไม่ว่ายังไง ผมจะตามหาพระ

อาทิตย์ตกดินที่ยอดพะเนินทุ่งอีกครั้ง...

เราคิดว่าเรารอดพ้นจากอุปสรรคที่แย่ๆ มาหลายวันแล้ว วันนี้หลังจากอาการเจ็บของลูกพี่ผมมันหลุดไป

ตี3 ของวันใหม่ วันที่ 30-7-50

พี่จอร์ด : " อาร์ตๆ ดูหน่อยซิว๊ะ อะไรก็ไม่รู้มันเข้าตาพี่ "

ผม : " เอาแล้วไงกู " ผมนึกในใจ

พี่จอร์ด : " ไฟฉายอยู่ไหน ...ไหนลองกลับถ่านดิ๊"

ผม : " อ้าวไหงไม่ติดล่ะพี่ "

พี่จอร์ด : " กุกๆ กักๆ "

" ไอ้ห่า แม่ง..... ไฟฉายกูเป็นอะไรว๊ะเนี่ย เมื่อเย็นยังติดอยู่เลย !!! "

สรุป 6.00 น. วันใหม่ 30-7-50

ถึงแม้อาการเจ็บ ท้องของพี่จอร์ดหลุดไปแล้ว แต่ ตาพี่จอร์ดก็ดันมาเจ็บอีกเป็นรอบที่ 2 และแผนการณ์

ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป วันนี้พี่จอร์ดได้พาผมเดินขึ้นยอดพะเนินทุ่ง และจะต้องรีบเดินทางกลับ ลงมาเลย

เพราะต้องรีบไปหาหมอ..ด่วน

อันนี้เป็นปลวกที่พบได้ทั่วไปในป่าดิบชื้น

ส่วนรูปนี้เป็นรังผึ้งหลวงที่เขากำลังก่อสร้างรังของพวกเขา

จากจุดตั้งแคมป์ของเราตรงทางแยกลงบ่อน้ำเล็กๆ เราใช้เวลาเดินทางขึ้นสู่ยอดพะเนินทุ่ง ก็ใช้เวลาประมาณ

1 ชั่วโมง และมีป้ายบอกระยะทางสุดท้ายที่พบเจอคือ 7900นับจากปากทางเข้าตรงเรือนรับรองพิเศษ

กล้วยไม้ป่าพบเห็นได้ทั่วไปในหน้าฝน

ต้นนี้คล้ายลูกมะนาวพบเห็น ได้ บนยอดพะเนินทุ่งพอดี

นี่ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเป็นลูกอะไร พบได้ตลอดทาง แต่ช่วงความสูง เกือบๆ 1200 ม. จะไม่ค่อยพบเจอ

ตัวนี้ คือทากดูดเลือด พบเห็นได้ตลอดเส้นทาง สำหรับไอ้ตัวนี้มันแปลงร่างไปแล้วนะครับ มันซัดเลือดของผม

ไปซะอิ่มเปล้เลย

ไอ้ตัวนี้เห็นมันหงอยๆ ไม่ใช่อะไรหรอกครับ มันโดนไฟแชก ลน ซะเดี้ยงแล้ว...

ไอ้ตัวนี้น่าเป็นแมลงวัน ป่าดิบ เพราะสีมันไม่เหมือนแมลงวันบ้านเราเลย

ส่วน 2 รูปด้านบนนี้คงเป็นสังคมของเหล่า ตัวบุ้ง ไม่รู้เหมือนกันว่ามันทำไปเพื่ออะไร นะ ดีที่เราไม่ได้เอาหลังไป

พิงมันซะก่อนที่มันจะกินเหรา หยึ๋ย...

รูปบนนี้สังเกตุดีๆ นี่เป็นรอยเท้าช้างครับ

กินเสร็จแล้วไม่เก็บคุณผู้ชมที่เป็นเด็กอย่าไปเลียนแบบ นะจ๊ะ

ไม่เก็บไม่พอยังขี้เลอะเทอะไปทั่วป่า....เฮ้อ...

ส่วนอันนี้เป็นรอยเท้ากระทิง เจออยู่เกือบถึงยอดพะเนินทุ่งแล้วครับ

มาถึงแล้วครับ วันนี้สภาพอากาศเปิดมองเห็นทะเลหมอกได้อย่างชัดเจน และสวยงาม

แต่ผมไม่สามารถใช้คำว่าสวยที่สุดได้ เพราะวันพรุ่งนี้ ธรรมชาติอาจสร้างคำว่า "ที่สุด" ได้ดีกว่าวันนี้

ไม่มีใครสามารถมีอำนาจสร้าง และทำลายล้างไปได้ดีกว่า ธรรมชาติ....

ตรงลูกศรชี้ อยู่ตรงทิศตะวันออกเฉียงไปทางเหนือนี่คือทะเลสาบเหนือเขื่อนแก่งกระจาน

ถ้าเราอยู่ตรงที่ทำการจะเห็นว่ามันกว้างใหญ่ไพศาลมาก

แต่วันนี้ ผมมาถึงจุดสูงสุด ผมเห็นมันไม่ได้ใหญ่โตมากมายสักนิดเดียว

ส่วนแนวเทือกเขาที่เห็นอยู่ทางทิศ ตะวันตกนั้นเป็นเทือกเขาตะนาวศรี กั้นระหว่างชายแดนไทย และพม่า

ถ้ามองไปทางทิศใต้ลงมาจะมองเห็นหน่วยพิทักษ์ อช.แก่งกระจานที่ 19 เขาพะเนินทุ่ง (กม ที่ 30 )

ได้อย่างชัดเจน ถ้ามองจากรูปด้านบน

เราจะสังเกตุได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น หรือธรรมชาติสร้างขึ้นมา ทุกอย่างก็จะต้องถูก

ทำลายลงอย่างราบคาบโดย.. ธรรมชาติ...

เราไม่สามารถไปบังคับ หรือฝืนกฏเกณฑ์ของเขาได้แม่แต่เพียงเล็กน้อย

เราทำได้แค่เพียงปลูกฝังจิตสำนึกให้เยาวชนทุกคนรู้สึกว่า...

นี่คือบ้าน...

นี่คือที่อยู่อาศัย...

นี่คือชีวิต... ของเราคนไทยทุกคน

art 2-8-2550

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

คิดถึงแก่งกระจานจังค่ะ
เคยไปกางเต้นท์ดูนกหน้าฝน
คืนแรกฝนตกหนักที่บ้านกร่าง น้ำท่วมเต้นท์ จนต้องทิ้งฐานที่ตั้งไปนอนในรถแทน นกน้อยมาก ๆ เพราะฝนตก แต่ก็โชคดีมาก ๆ ที่ได้เจอกาน้อยหงอนยาว โห มีความสุขมาก ๆ เพราะมันขี้อาย วันนั้นไม่มีคนก็เลยได้เจอมันอย่างไม่น่าเชื่อ คืนที่สองไปนอนบนพะเนินทุ่ง โดนชะมดรื้อของกระจุยแถมจิ๊กกระเป๋าอีกต่างหาก (ข้างในมันมีผลไม้อ่ะ สงสัยล่อใจ) วิวบนพะเนินทุ่งสวยมาก ๆ แต่ต้องแลกกะเจ้าทาก ดูวิวไป ต้องคอยดึงทากตลอด

#1 By Fein on 2007-08-02 20:00

very beautiful ka R'Art
Miss thailand and miss you

#2 By ย้งยี้ on 2007-08-03 09:45

เป็นคนเมืองเพชร แต่ไม่เคยขึ้นไปเที่ยวเขาพะเนินทุ่งเลย เคยแต่แวะแถวๆ เขื่อนแก่งกระจาน

สัตว์ต่างๆ ต้นไม้ และทะเลหมอก สวยจัง

#3 By จั่นเจา on 2007-08-04 13:24

ภาพสวยครับ

#4 By LiFe Room on 2007-08-10 01:08

สวัสดีครับแวะมาทักทายกันได้นะครับ

#5 By kaengkrachan (58.10.128.4) on 2009-04-10 13:37

big smile open-mounthed smile confused smile sad smile angry smile tongue question embarrassed surprised smile wink double wink cry

#6 By N0nt (124.121.58.254) on 2009-07-12 10:58

อยากไปบ้างจัง แต่ไม่มีเพื่อนไปเลยอะ เฮ้ยยยย

#7 By วิ (111.84.40.87) on 2009-11-13 22:13